หน้าแรก > ข่าวประชาสัมพันธ์ > สำนักงาน กสทช. เปิดตัว “Mobile ID” เบอร์มือถือ แทนบัตร แทนตัวคุณ
บันทึกโดย :นาย อรุณ มหาไพบูลย์ (เขต33 พิษณุโลก)
วันที่บันทึก :14/12/2564
สำนักงาน กสทช. เปิดตัว “Mobile ID” เบอร์มือถือ แทนบัตร แทนตัวคุณ
สำนักงาน กสทช. เปิดตัว “Mobile ID” เบอร์มือถือ แทนบัตร แทนตัวคุณ

263729767_1098501157633603_7733759634151588445_n-(1).jpg

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) เปิดตัว “Mobile ID” 📱 เบอร์มือถือ แทนบัตร แทนตัวคุณ ต่อยอดการใช้ประโยชน์ฐานขัอมูลลงทะเบียน SIM Card ของเลขหมายโทรศัพท์มือถือให้กลายเป็นหนึ่งใน Digital Identity ของประเทศไทย
ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยรูปแบบบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ “Mobile ID” ที่ กสทช. ร่วมมือกับโอเปอร์เรเตอร์ทั้ง 4 ค่าย คือ AIS DTAC TRUE และ NT พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มช่องทางและส่งเสริมนวัตกรรมในการเข้าใช้ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประชาชนแทนการเอกสารแสดงตน ในการเข้าใช้บริการกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยงจนถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ในการเปลี่ยนแปลง โดยที่ระบบ “Mobile ID” นี้ ได้พัฒนาเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA จึงมีความสะดวก ปลอดภัย และเป็นการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ
📱 ผู้ใช้บริการสามารถสมัครใช้บริการ “Mobile ID” เบอร์มือถือ แทนบัตร แทนตัวคุณ ณ ศูนย์บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานอยู่ โดยแสดงบัตรประชาชนแก่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบความถูกต้องและถ่ายภาพใบหน้า เพื่อเปรียบเทียบพิสูจน์ตัวตนของท่าน เพียงเท่านี้ก็จะสามารถใช้บริการ “Mobile ID” ผ่านแอปพลิเคชันของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของท่านกับธุรกรรมของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนได้แล้ว 
📱 โดยในระยะแรก ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป ประชาชนจะสามารถสมัครและใช้บริการ “Mobile ID” ในการเปิดบัญชีกับ “ธนาคารกรุงเทพ” โดย ลูกค้า AIS สามารถเปิดบัญชีออนไลน์ และลูกค้าจะสามารถใช้ “Mobile ID” ไปยืนยันตัวตนเพื่อเปิดบัญชีที่ธนาคารกรุงเทพ 9 สาขานำร่องในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สำนักงานใหญ่สีลม เซ็นทรัลเอ็มบาสซี เซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลวิลเลจ ดิเอ็มควอเทียร์ จามจุรีสแควร์ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน เดอะคริสตัล 2 และฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 2 และภายในเดือนธันวาคมนี้ ลูกค้าของ NT จะสามารถใช้งานได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ภายในไตรมาส 1 ปี 2565 ประชาชนจะสามารถใช้บริการ “Mobile ID” ในการยืนยันตัวตนกับกรมการขนส่งทางบก สำนักงานประกันสังคม กรมสรรพากร ไปรษณีย์ไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สถาบันคุ้มครองเงินฝาก และเครดิตบูโร ต่อไป

นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้ร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความน่าเชื่อถือ สะดวก ปลอดภัย และสอดรับกับพฤติกรรมของคนในยุคดิจิทัล โดยออกมาเป็นระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยรูปแบบบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ “Mobile ID” และวันนี้สำนักงาน กสทช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมแล้วที่จะเปิดให้บริการ “Mobile ID” เบอร์มือถือ แทนบัตร แทนตัวคุณ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมทดสอบทดลองการใช้งานในระยะ Sandbox โดยจะเริ่มจากการใช้ “Mobile ID” เพื่อเปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพ และภายในไตรมาส 1 ปี 2565 จะสามารถให้ประชาชนร่วมทดลองใช้บริการกับหน่วยงานอื่นๆ ตามที่สำนักงาน กสทช. ได้ร่วม MOU ไว้ เช่น ใช้บริการ “Mobile ID” เพื่อยืนยันตัวตนในการสมัครใช้บริการใบขับขี่ดิจิทัล DLT QR License ของกรมการขนส่งทางบก การยืนยันตัวตนเพื่อเข้าระบบเพื่อยื่นภาษีแบบออนไลน์ E-FILING ของกรมสรรพากร การแสดงตนเพื่อรับ-ส่ง พัสดุของไปรษณีย์ไทย และการเปิดบัญชีการลงทุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือ SET เป็นต้น

264065952_1098501020966950_7192164424066009084_n.jpg263307995_1098500980966954_2658978111718877727_n.jpg

นายศรัณย์ ผโลประการ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการขยายบทบาทสู่การเป็น Digital Platform ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อก่อให้เกิดพลังในการขยายขีดความสามารถสร้างสรรค์ Innovation หรือบริการ Digital ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งโครงการ “Mobile ID” ระยะทดสอบนี้ เอไอเอส ได้ร่วมมือกับ สำนักงาน กสทช. ร่วมกันพัฒนานวัตกรรม ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนแบบออนไลน์เต็มรูปแบบเป็นรายแรกของประเทศ เพื่อให้บริการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์กับลูกค้าของเอไอเอส ให้มีความสะดวก ปลอดภัย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้ครอบคลุมถึงธุรกรรมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และพร้อมที่จะส่งเสริมนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนให้ใช้ดิจิทัลไอดีในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศอีกด้วย
นายเรวัฒน์ ตันกิตติกร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานช่องทางการขาย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคยินดีสนับสนุนรัฐบาล และ กสทช. ในการพัฒนา “การยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล” ให้ประสบความสำเร็จและใช้งานได้อย่างปลอดภัย ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้กลยุทธ์ Fast Forward Digital ในการมุ่งเน้นให้ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการดิจิทัลได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมด้วยพันธกิจ “ดีทั่วดีถึง” เพื่อชีวิตเท่าเทียม ลดอุปสรรคในการเข้าถึงและมุ่งส่งเสริมการใช้การงานดิจิทัลเพื่อทุกคนทั่วไทย เรามองเห็นโอกาสมากมายสำหรับการให้บริการดิจิทัลที่สะดวกเพิ่มขึ้นและไว้ใจได้ในความปลอดภัยของข้อมูลแก่ลูกค้าของเรา โดยระบบ “Mobile ID” นี้จะช่วยให้ลูกค้าดีแทคสามารถลงทะเบียนซิมใหม่หรือรับบริการธุรกรรมอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัว และระบบ “Mobile ID” สามารถลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ในกระบวนการยืนยันตัวตนได้อีกด้วย”
นายนิติธรรม โกวิทกูลไกร หัวหน้าคณะผู้บริการ (ร่วม) ด้านสินค้าและบริการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งบริษัทฯ มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับสำนักงาน กสทช. สนับสนุนการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประชาชน ให้มีความสะดวก และปลอดภัย โดยการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วย “Mobile ID” จะทำให้ลูกค้าของทรู สามารถใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยการร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างทั่วถึงและแพร่หลายในทุกมิติ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศไทย
นายวงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานดิจิทัล บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT กล่าวว่า NT เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและดิจิทัลของประเทศเพื่อสนับสนุนนโยบาย Thailand 4.0 ที่มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยนวัตกรรม NT จึงได้ร่วมพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วย “Mobile ID” เพื่อให้ประชาชนสามารถทำธุรกรรมต่างๆ กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น โดยหลังจากสมัครใช้บริการ “Mobile ID” แล้ว ลูกค้า NT สามารถใช้โทรศัพท์มือถือในการยืนยันตัวตนแทนบัตรประชาชนเพื่อเข้ารับบริการกับหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการได้
นายกึกก้อง รักเผ่าพันธุ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพมีความยินดีที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการริเริ่มพัฒนาระบบ “Mobile ID” ร่วมกับสำนักงาน กสทช. และภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคม จนสามารถได้เริ่มเปิดใช้บริการดังกล่าวได้ที่ธนาคารกรุงเทพเป็นแห่งแรก ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะช่วยอำนวยความสะดวก และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า ทั้งการใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลที่สามารถเปิดใช้งานบัญชีเงินฝากออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ สะดวกสบาย ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ รวมถึงกรณีการใช้บริการที่สาขาของธนาคาร “Mobile ID” ก็ช่วยยืนยันเบอร์โทรศัพท์ได้ง่ายๆ ที่สำคัญลูกค้ายังคงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของการทำธุรกรรมต่างๆ โดยเฉพาะขั้นตอนการพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคลของลูกค้าอย่างถูกต้องก่อนทำธุรกรรม ซึ่งเป็นประเด็นที่ธนาคารให้ความสำคัญอย่างมากและเป็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงความน่าเชื่อถือในฐานะสถาบันการเงิน ดังนั้น ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของธนาคารกรุงเทพที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบนิเวศน์ด้านดิจิทัลของประเทศไทย อันจะมีบทบาทสำคัญและสามารถต่อยอดไปสู่ความก้าวหน้าด้านบริการทางการเงินได้อีกหลากหลายมิติในอนาคต
จำนวนผู้เข้าชม

สำนักงาน กสทช. เขต 33 (พิษณุโลก)

ที่อยู่ : 190 ม. 7 (บ้านคุ้งหม้อ) ต. ปากโทก อ. เมือง จ. พิษณุโลก 65000
จดหมาย/พัสดุไปรษณีย์ : ตู้ ปณ. 139 ปณจ. พิษณุโลก อ. เมือง จ. พิษณุโลก 65000

email : mtr_33@nbtc.go.th โทรศัพท์ : 0 5524 5151-2 โทรสาร : 0 5524 5150

 

โทรศัพท์ VoIP : 0 2670 8888 ติดต่อ   

งานใบอนุญาต 4629, 4634    งานตรวจสอบเนื้อหารายการและคุ้มครองผู้บริโภค 4631, 4635
งานอำนวยการ 4626, 4630    งานตรวจสอบและกำกับดูแล 4632, 4633 
 

พิกัดที่ตั้ง : Lat : 16.902877  ํN      Long: 100.271843  ํE  หรือ
            Lat : 16°54′10.36″  ํN  Long: 100°16′18.63″  ํE 

         >> คลิกเพื่อนำทาง Untitled2-(2).png  <<